close
FOLLOW US ON 

วัด โบราณสถานสำคัญของอยุธยา

7 สถานที่ท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ ของอยุธยา

“ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา เลอคุณค่ามรดกโลก”
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ความภาคภูมิใจ
และความโดดเด่นที่มีอยู่ในจังหวัดให้นักท่องเที่ยวและคนทั่วไปได้รับรู้

วันนี้ แอดมิน จะพาเพื่อนๆตามรอยคำขวัญประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
7 สถานที่ท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดค่ะ

เจดีย์พระศรีสุริโยทัย


อนุสรณ์สถานของวีรสตรีไทยพระองค์แรก ซึ่งสิ้นพระชนม์ในการทำสงครามยุทธหัตถี
ระหว่างสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระเจ้าแปร

วัดใหญ่ชัยมงคล


สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวร เพื่อเป็นที่ถวายสักการะบูชาและปฏิบัติพระกรรมฐาน

วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร


วัดที่มีสิ่งต่างๆ น่าชมไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถ ซึ่งยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายเอาไว้

วัดไชยวัฒนาราม


โบราณสถานที่คงความงดงาม ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ก็คือ วัดนี้เป็นที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์(เจ้าฟ้ากุ้ง)
กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลายกับเจ้าฟ้าสังวาล ซึ่งต้องพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

วัดพนัญเชิงวรวิหาร

เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร แบบมหานิกาย เป็นวัดที่มีมาก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง

วัดนิเวศธรรมประวัติ


วัดนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีการตกแต่งเป็นแบบตะวันตกพระอุโบสถคล้ายกับโบสถ์ฝรั่งในศาสนาคริสต์ มีหลังคายอดแหลมและช่องหน้าต่างเจาะโค้งแบบโกธิค

วัดพระศรีสรรเพชญ์

เป็นวัดที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงเทียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานครหรือวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัย
ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1

7 สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของพระนครศรีอยุธยา
หากมีโอกาสมาท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ที่จะมาสัมผัสความ
“เลอคุณค่ามรดกโลก” นะคะ

Read more

กราบพระนอนวัดโลกยสุธาราม

พระนอนวัดโลกยสุธาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทางด้านหลังพระราชวังหลวง และโรงเรียนประตูชัย ใกล้กับวัดวรโพธิ์ และวัดวรเชษฐาราม
จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา

#ประวัติพอสังเขป
วัดโลกยสุธาราม สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช
พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ. ๑๙๙๕ วัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุด
ในเกาะเมืองอยุธยา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ก่ออิฐถือปูน มีความยาว ๔๒ เมตร และสูง ๘ เมตร
พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน

มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนยสันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปไม่ทรงเครื่อง
แต่การบูรณะใน พ.ศ. ๒๔๙๙ คงมีการแก้พระเศียรเป็นอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่อง รอบองค์พระมีเสาอิฐแปดเหลี่ยม
รวม ๒๔ ต้น ซึ่งแต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้พังทลายลงเมื่อใด

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ได้รับการขุดแต่งโดยโรงงานสุรา
ร่วมกับกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ คุณหญิงระเบียบ ธำรงนาวาสวัสดิ์ และครอบครัว
ได้บูรณะพระพุทธไสยาสน์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่นาย ธำรง และ พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

Read more

เที่ยวอยุธยา ไหว้พระเสริมสิริมงคลก่อนปีใหม่

วัดใหญ่ชัยมงคล


..
ช่วงนี้ก็ใกล้สิ้นปีกันเต็มทีแล้วนะคะ แอดมินเลยจะมาชวนเพื่อนๆ
เที่ยวอยุธยา ไหว้พระเสริมสิริมงคลก่อนปีใหม่กันค่า

แอดแนะนำเลยนะคะ ถ้ามาก่อนได้ยิ่งดีเพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะช่วงปีใหม่
นักท่องเที่ยวจะเยอะมากกกกกแอดจึงมาเชิญชวนให้มาเที่ยวก่อน

อีกเหตุผลสำคัญก็คือเป็นการมาไหว้พระเสริมสิริมงคลให้กับตัวท่านและครอบครัวก่อนที่จะถึงวันขึ้นปีใหม่ด้วยค่ะ

ว่าแล่ววันนี้วันนี้เรามาเริ่มกันที่#วัดใหญ่ชัยมงคล อีกหนึ่งวัดสำคัญที่เมื่อมาอยุธยาแล้ว ต้องมาแวะที่นี่ให้ได้นะคะ
ใครที่เคยมาเที่ยวอยุธยา แต่ยังไม่เคยมา #วัดใหญ่ชัยมงคล คือพลาดหนักเส้นทางมาก็ไม่ยากเลยค่ะ

วัดใหญ่ชัยมงคล
https://maps.app.goo.gl/k5HDG

ส่วนใครที่เคยมาแล้ว อย่าลืมเอารูปมาคอมเม้นอวดแอดบ้างน๊าาาา

#Ayutthaya #GoAyutthaya #อยุธยา #เที่ยวอยุธยา
#อยุธยาเมืองน่าเที่ยว #อยุธยาเที่ยวได้ทุกวัน

Read more

เที่ยวอยุธยา มาได้ทุกวัน

ใกล้เทศกาลปีใหม่แบบนี้ หลายๆคนอาจไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือไปต่างจังหวัดแบบไกลๆ 
แอดมินเชื่อว่าคนที่อยู่ในติดบ้านก็มีไม่น้อย วันนี้จึงถือโอกาสที่จะพาทุกคนไปทัวร์ที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา
พาไปไหว้เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง หรือใครจะชักชวนครอบครัว ญาติพี่น้อง คนรักไปด้วย ก็เห็นจะดีงาม
ไปค่ะ…ไปดูกันว่าวัดที่แอดมินจะพาไปทัวร์และไหว้พระในวันหยุดยาว ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นมีวัดอะไรกันบ้าง

 

1. วัดใหญ่ชัยมงคล

ไปอยุธยาแล้ว คุณจะต้องไปวัดนี้ เล่าให้ฟังคร่าวๆ เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดป่าแก้ว” หรือ “วัดเจ้าไท” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา

 

จุดเด่น ​: เจดีย์องค์ใหญ่ เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด

ที่ตั้ง : 40/3 หมู่ที่ 3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา

 

2. วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุเป็นวัดที่เก่าแก่ และมีประวัติที่ไม่แน่ชัด บ้างบอกปี พ.ศ.1917 บ้างบอกปี พ.ศ.1927 อย่างไรก็ตาม ได้ใช้เวลาก่อสร้างไปเป็นจำนวนมาก สำหรับวัดนี้เป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้างและดูแลตลอดเวลาจวบจนถูกทำลายลงหลังเสียกรุงครั้งที่ 2

จุดเด่น ​: พระปรางค์ขนาดใหญ่ ที่พังทลายลงมาหมด แต่ยังพอให้เห็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล และวิหารเล็ก ที่มีรากไม้แผ่รากขึ้นเกาะเต็มผนัง รากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้ด้วย

ที่ตั้ง : ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา

 

3. วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนาราม หรือวัดชัยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ.2173 เดิมบริเวณที่ตั้งของวัดนี้ เคยเป็นที่อยู่ของพระราชมารดาที่ได้สิ้นพระชนม์ไป ก่อนที่พระเจ้าปราสาททองได้เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์

เมื่อพระองค์ได้เสวยราชสมบัติ พระองค์จึงได้สร้างวัดไชยวัฒนารามขึ้น เพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดาของพระองค์ และอีกประการหนึ่งวัดนี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด

จุดเด่น ​: ปรางค์ประธานและปรางค์มุมอยู่บนฐานเดียวกัน รอบพระปรางค์ใหญ่ล้อมรอบไปด้วยระเบียงคตที่เดิมนั้นมีหลังคา ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทองจำนวน 120 องค์ เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ และเมรุทิศเมรุราย ตั้งล้อมรอบพระปรางค์อยู่ทั้งสิ้น 8 องค์

ที่ตั้ง : ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา

 

4. วัดธรรมิกราช

เดิมชื่อ “วัดมุขราช” เป็นอดีตพระอารามหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นโดย พระยาธรรมิกราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง จึงสันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันยังเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาและปฏิบัติธรรมอยู่ โดยมีพระครูสมุห์ธรรมภณเป็นเจ้าอาวาส

จุดเด่น ​: วิหารเก้าห้อง พระนอนในวิหาร เจดีย์สิงห์ล้อม ที่มีสิงห์ปูนปั้นอิทธิพลเขมร ตั้งล้อมรอบเจดีย์ประธาน และปิดท้ายด้วยสิ่งที่สำคัญที่สุดของวัดนี้ “เศียรพระพุทธรูปหล่อสำฤทธิ์” เป็นศิลปะสมัยอู่ทอง เดิมอยู่ในวิหารหลวงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก กล่าวว่า ผู้ใดเป็นคดีความกันมาสาบานต่อหน้าพระพักตร์ คนผิดต้องตายหรือมีอันเป็นไปทุกคน แต่ตอนนี้เศียร์พระพุทธรูปนี้ ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาแล้ว

ที่ตั้ง : ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา

 

5. วัดพนัญเชิงวรวิหาร

สวยงามมากๆ พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร แบบมหานิกาย วัดนี้ก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา และไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง

จุดเด่น : พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำปอกง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย

ที่ตั้ง : หมู่ 2 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา

แต่ละวัดก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันไป ทั้งในส่วนของศิลปะวัฒนธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ ตำนานต่างๆ หากใครยังไม่รู้จะไปไหว้พระที่ไหน ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ ก็มีข้อมูล “วัด” ของจังหวัดอื่นๆ มาให้ทุกคนได้อ่านเช่นกัน เผื่อจะช่วยตัดสินใจเรื่อง สถานที่เที่ยว วัดไหว้พระในวันหยุดได้.

Read more

ศาลหลักเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา

ตามความเชื่อในสมัยก่อนนิยมสร้างศาลหลักเมืองขึ้นเพื่อเป็นที่ประกอบพิธีกรรมต่างๆ
เพื่อเป็นมิ่งขวัญเป็นนิมิตมงคลแก่บ้านเมืองและเป็นสัญลักษณ์เป็นจุดหลักของบ้านเมืองบ้านเมืองนั้นจะร่มเย็นเป็นสุข
ถ้าหลักเมืองฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือในทำเลที่เป็นชัยภูมิที่ดีของเมือง

ศาลหลักเมืองพระนครศรีอยุธยา

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายฉบับกล่าวตรงกันว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)​ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเมื่อวันศุกร์ขึ้น 5 ค่ำเดือน 5 พุทธศักราช 1893 ซึ่งพ่อพราหมณ์ให้ฤกษ์​ตั้งวิธีกลบบััตร ได้สังข์ทักษิณาวัฎใต้ต้นหมันใบหนึ่ง สันนิษฐานว่าได้มีการสถาปนาหลักเมืองขึ้นในคราวเดียวกันแต่ได้ป่ะล่ะหักพังสูญไปในคราวปีพศ. 2310

ศาลหลักเมืองพระนครศรีอยุธยา

จากหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์และหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีบ่งบอกว่าที่ตั้งของหลักเมืองเดิมตั้งอยู่ใกล้กับศาลพระกาฬและที่แยกตะแลงแกง

ศาลหลักเมืองพระนครศรีอยุธยา

เนื่องในคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ในปีพ.ศ 2525 จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ดำริให้สร้างศาลหลักเมืองขึ้นใหม่ กรมศิลปากรเป็นผู้กำหนดภูมิสถานออกแบบและก่อสร้าง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน)​ เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์และฯพณฯพลเอก สิทธิ จิรโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลหลักเมืองเมื่อวันที่ 23 กันยายนพ.ศ 2525

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมองค์หลักเมืองเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมพ.ศ๒๕๒๗ณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ศาลหลักเมืองพระนครศรีอยุธยา

 

เครดิตภาพสวยๆ : จากเฟสบุ๊ค คุณ Sittichok Chanisa

เครดิตข้อมูล : จากหนังสือมรดกอยุธยา

Read more

ตามรอยพระเจ้าตากสินหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งไทยเราเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่2 จากตัวเมืองถึง-วาสนาฟาร์ม

เที่ยวไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ตามรอยพระเจ้าตากสินอ.อุทัยจ.พระนครศรีอยุธยา

วันนี้เราเริ่มต้นการเดินทางไปตามรอยพระเจ้าตากสินหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งไทยเราเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่2 ในปี2309 พระยาตากสินหรือพระยาวชิรปราการจะต้องเดินทางไปรับตำแหน่ง เจ้าเมืองกำแพงเพชร พระยาตากสินเดินทางมาจากเมืองตาก ถึงกรุงศรีอยุธยาแล้วปรากฏว่ากองทัพของพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ครั้งนั้นพระยาตากสินเห็นแล้วถ้าอยู่ในเมืองหลวงคงเสียชีวิตกันหมดจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้า พร้อมเหล่าทหารประมาณห้าร้อยชีวิตตีฝ่า วงล้อมกองทัพพม่าออกจากเกาะเมืองหลวงกรุงศรีอยุธยา นำทัพมาชุมชนบ้านโพสาวหาญ ตั้งกองทัพบริเวณวัดพรานนก ในปัจจุบัน ต.โพสาวหาญ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

     

ครั้งนั้นกองทัพพระยาตากสินได้รวบรวมชาวบ้านโพสาวหาญและเสบียงอาหารเป็นข้าวเม่า แล้วเดินทัพต่อไปให้ถึงจุดหมาย คือเมืองจันทบูรณ์หรือจันทบุรีและนำกองทัพกลับมากอบกู้เอกราช กรุงศรีอยุธยากลับมาเป็นของชาวไทยได้อีกครั้งหนึ่ง ในปี2310 แต่เมืองหลวงกรุงศรีอยุธยาไม่สามารถเป็นราชธานีต่อไปได้ ครั้งนั้นพระเจ้าตากสินนำกองทัพเสด็จมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วสร้างราชธานีคือกรุงธนบุรีอย่างที่เราได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ของกรุงศรีอยุธยา

       

สำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวและศึกษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ ประวัติวีรกรรมของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เดินทางไปได้ที่วัดพรานนกมีอนุสรณ์สถานและพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อแดงเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยศิลาแลง คู่ชุมชนบ้านโพสาวหาญและถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัดพรานนกแห่งนี้ ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

      

เสร็จแล้วเดินทางไปท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันได้ต่อที่ วาสนาฟาร์มเมล่อน ในเขต อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์ได้พูดคุยกับคุณอนุวัฒน์ อรุณโรจน์ศิรี เจ้าของวาสนาฟาร์มเมล่อน จึงรู้ว่าฟาร์มเมล่อนแห่งนี้ เริ่มต้นด้วยการปลูกพืชผักหลากหลายชนิดเรียกว่าผักอินทรีย์ และปลูกแคนตาลูป มะละกอฮอลแลนด์ ต่อมาหันมาปลูกเมล่อนสายพันธ์ไทย จีน อิสราเอลและจีนไต้หวันเป็นต้นในเนื้อที่ประมาณ170ไร่ ทั้งไร่ภายในโรงเรือนปรากฎว่าได้ผลดี

   

   

    

และปลูกกลางแจ้งก็สามารถปลูกได้

   

    

    

   

เพราะนำเทคโนโลยีเข้ามาทำด้านการเกษตรกรรม ถือว่าเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่มีการส่งเสริมอาชีพให้ชาวเกษตรกร เข้ามาเยี่ยมชมไร่เมล่อนได้ทุกวัน ทางวาสนาฟาร์มเมล่อน ยินดีบรรยายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวหรือเกษตรกรที่เดินทางเยี่ยมชมวาสนาฟาร์มเมล่อน ท่านที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ 081-994 8868

    

คุณอนุวัฒน์ อรุณโรจน์ศิริ เจ้าของวาสนาฟาร์ม

     
#งานนี้ออเจ้าพลาดไม่ได้เจ้าค่ะ
#GoAyutthaya #Ayutthaya #AyutthayaThailand #Thailand
#อยุธยา #ไปอยุธยา #เที่ยวอยุธยา #ชมอยุธยา
#เมืองอยุธยา #จังหวัดพระนครศรีอยุธยา #พระนครศรีอยุธยา
#จังหวัดอยุธยา #แหล่งโบราณ #เมืองมรดกโลก
#ออเจ้า #ตามรอยบุพเพสันนิวาด #แม่หญิงการะเกด
#คุณพี่เดช #ท่านหมื่น #วาสนาฟาร์ม

 

 

Read more
1 2 3 5
Page 1 of 5